O-LIFE

O-LIFE สนับสนุนแนวคิดสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการประหยัดพลังงานโดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นแนวคิดเพื่อสร้างชีวิตในอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

O-LAB

O-LAB เป็นแพลตฟอร์มการวิจัยที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตและเป็นห้องทดลองสำหรับการร่วมสร้างสรรค์ความคิดต่างๆ และสร้างแรงบันดาลใจ เราพัฒนา ค้นคว้า และสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมทั้งแบ่งปันและทดลองนวัตกรรมกับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง และยังสำรวจทุกพื้นที่ที่ยังไม่เคยได้รับการสำรวจอีกด้วย

O-Universe

OMODA เป็นกุญแจสำคัญที่จะพาเราไปสู่จักรวาลคู่ขนาน คุณจะได้พบตัวของคุณเองในโลกซึ่งไร้ขอบเขตและสามารถสำรวจความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด OMODA คำนึงถึงการดำเนินชีวิตในทุกรูปแบบเพื่อจะสร้างแรงบันดาลใจให้เหล่า OMODER ทุกคนให้เป็นตัวของตัวเอง และพร้อมแสดงความสามารถอันไร้ขีดจำกัดผ่าน OMODA ก้าวสู่อนาคตไปกับ OMODA CROSS FROM FUTURE, CROSS FOR FUTURE.

O-CLUB

เตรียมตัวให้พร้อม เปิดใจให้สนุก พร้อมรับความตื่นเต้นที่จะเกิดขึ้น ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ กับ O-CLUB แพลตฟอร์มโซเชียลเสมือนจริงระดับโลกศูนย์รวมความสนุกสุดพิเศษของเหล่า OMODERs ที่จะรวบรวมผู้คนที่มีความคิดเดียวกันทั่วโลก สร้างประสบการณ์และความทรงจำดีๆ เข้าไว้ด้วยกัน

Government Factory Visit 2024

เชิญ 3 กระทรวงจากไทย เยี่ยมชมโรงงานระบ AI ในประเทศจีน

Government Factory Visit 2024

Government Factory Visit 2024

เชิญ 3 กระทรวงจากไทย เยี่ยมชมโรงงานระบ AI ในประเทศจีน

โอโมดา แอนด์ เจคู ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่

เชิญ 3 กระทรวงจากไทย เยี่ยมชมโรงงานระบ AI ในประเทศจีน

กรุงเทพฯ 29 พฤษภาคม 2567 – โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ย้ำจุดยืนและความพร้อมดำเนินธุรกิจในประเทศไทย หลังจากได้เปิดตัวแบรนด์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยได้เชิญหน่วยงานภาครัฐ 3 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมโรงงานและฐานการผลิตพลังงานใหม่มาตรฐานระดับสากลของรถยนต์ โอโมดา แอนด์ เจคู ณ เมืองอู๋หู มณฑลอานฮุย ประเทศจีน ก่อนส่งออกมาจำหน่ายยังประเทศไทย ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ JAECOO 6 รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมออฟโรด พลังงานไฟฟ้า 100% ใช้ระบบการผลิตแบบ “Short Process” แตกต่างจากระบบ OEM ทั่วไป ควบคุมด้วยระบบ AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ขั้นสูง เพื่อให้ความผิดพลาดเป็นศูนย์ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ทุกคนว่ารถยนต์ที่ผลิตออกจากโรงงานของโอโมดา แอนด์ เจคู มีความปลอดภัยทั้งเรื่องของตัวโครงสร้างรถและระบบภายในของรถ โดยโรงงานนี้สามารถผลิตรถยนต์ได้มากถึง 200,000 คันต่อปี ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลที่แบรนด์ยึดถือกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยทุกคนจะได้ใช้รถยนต์ที่ปราศจากข้อผิดพลาด

สำหรับใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการผลิตอันล้ำสมัย ทั้งระบบ Artificial Intelligence (AI) การใช้หุ่นยนต์ และระบบควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต อาทิ สถานีงานเชื่อม จะผสานการทำงานร่วมกัน 8 ระบบ ซึ่งได้แก่ระบบ MIG ที่เป็นระบบหลัก รวมถึง Automatic Arc และการเชื่อมด้วยเลเซอร์ เป็นต้น มีการใช้หุ่นยนต์ 150 ชุด คิดเป็นประมาณ 90% ของสายงานการผลิตทั้งหมดในขั้นตอนนี้ หรือสถานีประกอบตัวถัง มีพื้นที่การผลิตมากถึง 39,000 ตารางเมตร มีจุดการผลิต 83 สถานี เพื่อผลิต JAECOO 6 และ EQ7 ตั้งเป้าการผลิต 40 ยูนิตต่อชั่วโมง พร้อมแผนการขยายการผลิตในอนาคตที่จะรองรับการผลิต 200,000 ยูนิตต่อปี

อย่างไรก็ตาม โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้นำเสนอและหารือกับตัวแทนจากทั้ง 3 กระทรวงเกี่ยวกับก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ของเมืองไทย ที่โอโมดา แอนด์ เจคู พร้อมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางรถยนต์พวงมาลัยขวา รวมถึงแผนการลงทุนก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกรถยนต์ของประเทศไทย โดยในเฟสแรกโรงงานฯ จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่ (BEV) และไฮบริด (HEV) โดยมีเป้าหมาย 50,000 คันต่อปี และในเฟสที่สอง ภายในปี 2571 จะขยายกำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี เพื่อผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายมุ่งยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ Chery Automobile ขอขอบคุณตัวแทนจากทั้ง 3 กระทรวงที่ให้เกียรติกับทางแบรนด์ในงานนี้

สำหรับในไตรมาสที่สามของปี 2567 โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้เตรียมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 100% OMODA C5 EV ตามมาด้วย JAECOO 6 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% พรีเมียม และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) JAECOO 7 PHEV พร้อมเตรียมเปิดศูนย์บริการมากกว่า 39 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ขับขี่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกคน

SUBCON Thailand 2024

หนุนห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย สู่มาตรฐานระดับโลก

SUBCON Thailand 2024

SUBCON Thailand 2024

หนุนห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย สู่มาตรฐานระดับโลก

โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย ร่วมงาน SUBCON Thailand 2024

หนุนห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย สู่มาตรฐานระดับโลก

กรุงเทพฯ 17 พฤษภาคม 2567 – บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ที่มียอดการส่งออกอันดับ 1 ใน ประเทศจีน ติดต่อกันกว่า 21 ปี เข้าร่วมงาน SUBCON Thailand 2024 จัดโดย ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) หรือบีโอไอ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (ไทยซับคอน) และบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย โดยงานนี้ นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เทคโนโลยีของ ยานยนต์ไฟฟ้าและแนวทางการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)” ผ่านการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และบอกเล่าทิศทางการดำเนินงานของโอโมดา แอนด์ เจคู ใน ประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นตลาดที่แบรนด์กำลังเข้ามาลงทุน โดยงาน SUBCON Thailand 2024 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Global Sourcing Excellence” แสดงศักยภาพในภาคการผลิตในอุตสาหกรรมของไทยที่จะรองรับการ เติบโตอุตสาหกรรมยายนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีแน้วโน้มขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการวางทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย งานนี้ได้รับเกียรติจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษอีกด้วย

นาย ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เล็งเห็นศักยภาพของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยที่มีความพร้อมในระดับภูมิภาค ซึ่งนอกจากความพร้อมของภาคการผลิตแล้ว ประเทศไทยยังเป็นตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ประกอบกับการสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ หรือรถที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ Zero Emission Vehicle (ZEV) ของรัฐบาล ที่ตรงกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) รวมถึงบริษัทแม่อย่าง Chery Automobile ได้ให้ความสำคัญมาตลอด โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาแบรนด์ให้สอดคล้องกับความต้องการผู้ขับขี่และห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในฐานะผู้ ผลิตไปพร้อม ๆ กัน ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ (Automobile) อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและส่วนประกอบของรถยนต์ (Parts and Components) ภาคบริการ รวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Connected Vehicle) อย่างไรก็ดี โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้วางแผนการลงทุนก่อสร้างโรงงาน ประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 ซึ่งการลงทุนจัดตั้งโรงงานฯ ดังกล่าวนี้ ในเฟสแรกจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่ (BEV) และไฮบริด (HEV) โดยมีเป้าหมาย 50,000 คันต่อปี และในเฟสที่สอง ภายในปี 2571 จะขยาย กำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง โดยบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ตั้งเป้าหมายมุ่งยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นาย ฉี เจี๋ย กล่าวเสริมว่า จากจุดแข็งของ Chery Automobile ในฐานะบริษัทแม่ที่ เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก และเป็นบริษัทรถยนต์จีนบริษัท แรกที่มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ในต่างประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก 5 แห่ง ที่มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 5,000 คน มีโรงงานในต่างประเทศกว่า 10 แห่ง เพื่อพัฒนา ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่ Chery Automobile จึงได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนระบบนิเวศห่วงโซ่อุปทานของพันธมิตรหลายล้านรายทั่วโลก โดยมีความร่วมมือทั้งในเชิงลึกและกว้างที่มุ่งยกระดับนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการผลิตอันล้ำสมัย ทั้งระบบ Artificial Intelligence (AI) การใช้หุ่นยนต์ และระบบควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต แลกเปลี่ยน องค์ความรู้และทักษะระหว่างผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกับผู้ผลิตในระดับสากล นำไปสู่การสร้างสรรค์ “ผลิตภัณฑ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และ ระบบนิเวศใหม่” สร้างความมั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันของโอโมดา แอนด์ เจคู ปราศจากข้อบกพร่อง พร้อมที่จะส่งถึงมือลูกค้าด้วยคุณภาพตามมาตรฐานสูงสุดของแบรนด์

ทั้งนี้ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้เตรียมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 100% OMODA C5 EV ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2567 ตามมาด้วย JAECOO 6 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% พรีเมียม และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อีกสองรุ่นจากแบรนด์ JAECOO ในปีนี้ได้แก่ JAECOO 7 PHEV และ JAECOO 8 PHEV พร้อมเตรียมเปิดศูนย์บริการมากกว่า 39 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ขับขี่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบ บริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ทุกคน

BOI

โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย ได้รับอนุมัติจาก บีโอไอ

BOI

BOI

โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย ได้รับอนุมัติจาก บีโอไอ

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เข้าพบกระทรวงพาณิชย์

กางแผนความร่วมมือในอนาคต หนุน EV3.5 พร้อมนำ “OMODA C5 EV” ให้ทดลองขับ

กรุงเทพฯ 23 เมษายน 2567 – บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ที่มียอดการส่งออกอันดับ 1 ในประเทศจีน นำโดยนายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด และนายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานฝ่ายขายและการตลาด ได้เข้าพบนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) หรือบีโอไอ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับบีโอไอถึงความคืบหน้าแผนการลงทุนก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 โดย โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ตั้งเป้าหมายมุ่งยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการลงทุนจัดตั้งโรงงานฯ กล่าวนี้ ในเฟสแรกจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่ (BEV) และไฮบริด (HEV) ได้ประมาณ 50,000 คันต่อปี และในเฟสที่สอง ภายในปี 2571 จะขยายกำลังการผลิตประมาณ 80,000 คันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง โดยโครงการดังกล่าวนี้ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า

นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด

กล่าวว่า โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้รับการอนุมัติการลงทุนก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ในวันที่ 2 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ด้วยประเทศไทยถือเป็นตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเป็นศูนย์กลางการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จึงมองเห็นแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมและการสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ของรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ Chery International โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแบรนด์ให้เข้ากับผู้ขับขี่ชาวไทยและสอดคล้องกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไปในอนาคต

 

ทั้งนี้ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้ประกาศแผนเตรียมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 100% OMODA C5 EV ในช่วงไตรมาส 2 และ JAECOO 6 รถยนต์ไฟฟ้า 100% พรีเมียม ที่จะเปิดตัวในไตรมาส 4 ของปีนี้ตามลำดับ พร้อมเตรียมเปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอีกสองรุ่นจากแบรนด์ JAECOO ในปีนี้ได้แก่ JAECOO 7 PHEV และ JAECOO 8 PHEV เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยให้มีตัวเลือกในการขับขี่ที่หลากหลาย

นอกจากนี้ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ยังเตรียมเปิดศูนย์บริการ 39 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้ความเชื่อมั่นพร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ขับขี่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกคน

Test Drive 2024

ครั้งแรกกับการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์ OMODA

Test Drive 2024

Test Drive 2024

ครั้งแรกกับการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์ OMODA

ครั้งแรกกับการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์ OMODA ก่อนบุกตลาดไทย OMODA C5

EV ดีไซน์ล้ำสมัย ออปชั่นจัดเต็ม

25 มกราคม 2567 - หลังจากประกาศการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบในปี 2567 นี้ ล่าสุด Chery Group อยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดตั้งบริษัทในชื่อ OMODA and JAECOO (Thailand) Co., Ltd. หรือ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเตรียมเปิดตัวแบรนด์ OMODA และ JAECOO และเปิดให้ทดสอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น แรกที่เตรียมนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย OMODA C5 EV (โอโมด้า ซี5 อีวี) รถยนต์ครอสโอเวอร์ SUV พลังงาน ไฟฟ้า 100% ความจุพลังงานแบตเตอรีไฟฟ้าแรงสูง 61 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า ด้วยประสิทธิภาพใน การผลิตไฟฟ้าสูงสุดถึง 94% และพลังงานสูงสุดที่ 150 กิโลวัตต์ ทำให้มอเตอร์สามารถขับเคลื่อนรถยนต์ได้อย่างเต็ม ความสามารถ รถยนต์ OMODA C5 EV สามารถวิ่งได้ไกลสุด 460 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลา 7.8 วินาที ระยะเวลาในการชาร์จกระแสตรง DC จาก 30% เป็น 80% ในเวลา เพียง 28 นาที พร้อมการออกแบบมาในสไตล์ Light of Movement สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร พร้อม ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายอัจฉริยะแบบจัดเต็ม อาทิ กล้องแสดงภาพ 540 องศา ระบบ ป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน EBA และระบบการตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ DMS เป็นต้น สำหรับบรรยากาศการทดสอบการขับขี่ (Test Drive) รถยนต์พลังไฟฟ้า OMODA C5 EV ณ สนามแข่งรถปทุมธานี ส ปีดเวย์ ทาง โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย ได้เชิญชวนสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบการขับขี่อย่างเป็นทางการครั้งแรกใน เมืองไทย เพื่อทดสอบสมรรถนะด้านยนตรกรรมของรถยนต์ OMODA C5 EV ระบบพวงมาลัย ช่วงล่าง กำลังเครื่องยนต์ และความสะดวกสบาย รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย ผ่านสถานีต่าง ๆ อาทิ สถานีทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพื่อโชว์สมรรถนะของอัตราเร่ง กำลังเครื่องยนต์และแรงบิด สถานีทดสอบการทรงตัวรถในการเลี้ยวเข้าโค้ง การทดสอบ การเปลี่ยนเลนกระทันหันเมื่อต้องหักหลบ แสดงเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันการลื่นไหลและช่วยควบคุมการทรงตัวในขณะ ขับขี่ รวมถึงระบบเบรกฉุกเฉินและการควมคุบรถบนถนนลื่น สร้างความมั่นใจของสมรรถนะช่วงล่างที่ยึดเกาะถนน ขับขี่ได้ ปลอดภัยยิ่งขึ้น ดีไซน์ที่เปรียบเสมือนแสงแห่งการเคลื่อนไหว

ดีไซน์ที่เปรียบเสมือนแสงแห่งการเคลื่อนไหว

หนึ่งในจุดเด่นของ OMODA C5 EV ดีไซน์แบบครอสโอเวอร์ ทำให้เกิดการเล่นแสงและเงาอย่างลงตัว ตรงกับคอนเซ็ปต์ “Light of Movement” ดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะกับผู้ขับขี่คนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ เป็นผู้นำเทรนด์ที่ไม่ซ้ำใคร มาพร้อมกับกล้อง 540 องศา ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร 64 เฉดสี หน้าจอแสดงผลขนาด 24.6 นิ้วแบบทัชสกรีน เบาะนั่งคู่หน้าพร้อม ฟังก์ชันระบายอากาศ เสริมความสะดวกสบายและประสิทธิภาพให้กับผู้ขับขี่ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมาพร้อมกับลำโพง SONY 8 ตำแหน่งสุดกระหึ่ม

 

จัดเต็มด้วย 14 เทคโนโลยีความปลอดภัย 3 ฟังก์ชันระบบช่วยเหลือการขับขี่ และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า ของผู้ขับขี่ (DMS)

OMODA C5 EV มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยพื้นฐานแบบจัดเต็ม พ่วงมากับ 14 เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ช่วย เหลือผู้ขับขี่ อย่างระบบ ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW) ระบบป้องกันการออกนอกเลน (LDP) ระบบตรวจสอบจุดอับ สายตา (BSD) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB) ระบบเตือนการชน ด้านหน้า (FCW) ระบบแจ้งเตือนการออกตัว และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) เป็นต้น นอกจากนี้ OMODA C5 EV ยังมี 3 ระบบช่วยเหลือเพิ่มฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างระบบ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC) ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน (ICA) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ (TJA) รถ OMODA C5 EV ยังได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก Euro-NCAP ซึ่งนอกจากทุกคนจะได้สัมผัส ประสบการณ์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้ว ยังสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ทุกคนอีกด้วย

สเปกและรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดของรถ OMODA C5 EV ที่ทดสอบในครั้งนี้ยังเป็นเพียงรถรุ่นพรีโปรดักชั่น ซึ่ง รถยนต์ที่จะนำมาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จะมีรายละเอียดทางเทคนิคและฟังก์ชั่นที่แตกต่างออกไป ซึ่ง บริษัทฯ จะเปิดตัวรถยนต์ OMODA C5 EV ที่จำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในปีนี้อย่างแน่นอน

การทดสอบการขับขี่สำหรับสื่อมวลชนในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ OMODA C5 EV ในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังเป็นการแนะนำตัวและทำความรู้จักอย่างเป็นทางการกับ สื่อมวลชนและผู้จัดจำหน่ายในไทย ด้วยประสิทธิภาพและจุดเด่นทางเทคโนโลยีของ OMODA C5 EV แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพที่เป็นไปได้และความน่าดึงดูดของแบรนด์ OMODA ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่กลุ่มผู้ บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ทำให้รถยนต์ OMODA C5 EV มีโอกาส อย่างสูงในการครองใจผู้ใช้รถในตลาดเมืองไทย

Ministry of Commerce

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เข้าพบกระทรวงพาณิชย์ กางแผนความร่วมมือในอนาคต

Ministry of Commerce

Ministry of Commerce

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เข้าพบกระทรวงพาณิชย์ กางแผนความร่วมมือในอนาคต

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เข้าพบกระทรวงพาณิชย์

กางแผนความร่วมมือในอนาคต หนุน EV3.5 พร้อมนำ “OMODA C5 EV” ให้ทดลองขับ

คณะผู้บริหารจาก บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน นำโดยนายฉี เจี๋ย Thailand Country Director และนายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน Vice President of Sales and Marketing ได้เข้าพบนางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแนะนำบริษัทฯ พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางด้านพลังงานและทิศทางในอนาคตของบริษัท ที่มุ่งเน้นการพัฒนายานยนต์และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทย ที่ต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรม EV อย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ทั้งนี้ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ยังได้นำรถ OMODA C5 EV (โอโมด้า ซี5 อีวี) รถยนต์ครอสโอเวอร์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ให้นางสาวบุณิกา แจ่มใส และคณะทำงาน ได้ทดลองขับอีกด้วย

บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) มีกำหนดการเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เดือนมีนาคมนี้ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างบริษัทและผู้แทนจำหน่าย 23 ราย ครอบคลุมโชว์รูม 36 แห่งทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบรถยนต์และการบริการให้กับลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคอีกด้วย

 

เกี่ยวกับ Chery

Chery Automobile Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน Chery มุ่งมั่นเสมอว่าจะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศจีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนายานยนต์ระดับโลกที่มีบุคลากรมากกว่า 5,500 คน และก่อตั้งเทคโนโลยีองค์รวมและระบบ R&D ของผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีนี้ Chery ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ เช่น Arrizo, Tiggo และแบรนด์ EXEED ระดับไฮเอนด์ โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 9.5 ล้านคัน

Chery เป็นที่รู้จักในชื่อ “Technological Chery" นับตั้งแต่การก่อตั้งเพื่อที่จะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีเป็นหลัก หลังจากกว่า 20 ปีที่ได้ศึกษาในด้านยานยนต์พลังงานใหม่ Chery ได้สร้างความเป็นผู้นำด้วยแพลตฟอร์มประกอบรถยนต์สี่แห่ง ระบบย่อยทั่วไปห้าระบบ และ 7 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่  New Energy Vehicle Integration (การบูรณาการยานพาหนะพลังงานใหม่), Vehicle Control Technology (เทคโนโลยีการควบคุมยานพาหนะ), Battery Management and Battery System Design (การจัดการแบตเตอรี่และการออกแบบระบบแบตเตอรี่), PHEV System Design (การออกแบบระบบ PHEV), Lightweight Technology (เทคโนโลยีน้ำหนักเบา), Intelligent Interconnection Design (การออกแบบการเชื่อมต่อโครงข่ายอัจฉริยะ) และ Range Extension and Hydrogen Fuel Technology (เทคโนโลยีการขยายระยะและเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน)

ในด้านการผลิตอัจฉริยะ Chery ได้เปิดตัวกลยุทธ์ “CHERY LION” โดยค่อยๆ ศึกษาถึงต้นแบบอัจฉริยะครบวงจรของการวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาด และการบริการ ตลอดจนบรรลุการผลิตจำนวนมากและการเปิดตัว L2.5 เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ สำหรับการขยายตลาดทั่วโลก Chery เป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกของจีนที่ส่งออกยานยนต์ ชิ้นส่วน CKD เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์และอุปกรณ์ไปทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน Chery ดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาคทั่วโลกครอบคลุม 80 ประเทศ และตั้งโรงงานในต่างประเทศ 10 แห่ง มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศมากกว่า 1,500 แห่ง มีผู้ใช้เกือบ 10 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้จำนวน 1.95 ล้านคนนอกประเทศจีน นอกจากนี้ Chery ยังครองอันดับหนึ่งในด้านการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากประเทศจีนเป็นเวลา 20 ปีติดต่อกัน

 

Dealer conference

เปิดฉาก OMODA & JAECOO ในประเทศไทย เผยแผนขยาย 36 โชว์รูมทั่วประเทศ

Dealer conference

Dealer conference

เปิดฉาก OMODA & JAECOO ในประเทศไทย เผยแผนขยาย 36 โชว์รูมทั่วประเทศ

เปิดฉาก OMODA & JAECOO ในประเทศไทย เผยแผนขยาย 36 โชว์รูมทั่วประเทศ

พร้อมให้บริการกลางปีนี้ ในการประชุมทางธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์

กรุงเทพฯ 1 มีนาคม 2567 – โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ได้จัดงานแถลงข่าวสุดพิเศษให้กับผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งภายในงาน บริษัทฯ ได้ชี้แจงถึงเป้าหมายและทิศทางการจัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในประเทศไทยตลอดปี 2567 รวมถึงเผยกลยุทธ์การตลาดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) และผู้แทนจำหน่าย 23 ราย ครอบคลุมโชว์รูม 36 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงความพร้อมและความก้าวหน้าในการก่อสร้างโชว์รูมของเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ซึ่งงานในวันนี้ ถือเป็นงานประชุมธุรกิจระดับประเทศครั้งแรกที่ OMODA & JAECOO จัดขึ้น นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

คุณฉีเจี๋ย, OMODA & JAECOO (Thailand) Country Director

ตลอดปี 2566 ที่ผ่านมาของ OMODA & JAECOO ได้รับเสียงชื่นชมจากลูกค้าเกือบ 20 ประเทศ และจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากกลยุทธ์ที่เน้นพัฒนานวัตกรรมแก่ระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ของแบรนด์ และการวางตำแหน่งทางการตลาดที่แม่นยำ ในการประชุมครั้งนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของ OMODA & JAECOO ได้กล่าวแสดงความขอบคุณผู้แทนจำหน่ายของประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนและเป็นผู้แทนนำทั้งสองแบรนด์สู่การพัฒนาและเติบโตในอนาคต

OMODA & JAECOO พร้อมวางแผนเชิงลึกในการทำการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงและทำเข้าใจความต้องการของคนไทย รวมถึงการวางแผนการตลาดแบบองค์รวม ทั้งผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย และการบริการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของแบรนด์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย

คุณพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน, Vice President of Sales and Marketing OMODA & JAECOO (Thailand)

รถยนต์ OMODA เป็นยนตรกรรมที่ผสมผสานการออกแบบแห่งอนาคต เข้ากับเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ที่มอบให้แก่ผู้ขับขี่ ในขณะที่ แบรนด์ JAECOO ยึดถือปรัชญา “From Classic, Beyond Classic” รถยนต์เอนกประสงค์ออฟโรดประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย สามารถขับขี่ได้ทุกภูมิประเทศและสภาพพื้นผิวถนนสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย นอกจากนี้ รถยนต์ทั้งสองแบรนด์ยังเดินหน้าสร้างความก้าวหน้าด้านพลังงานใหม่ ๆ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นต่าง ๆ อาทิ OMODA C5 EV และ JAECOO7 PHEV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างทางเลือกในการเดินทางให้คนไทยมากยิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดในประเทศไทย OMODA & JAECOO พร้อมเปิดโชว์รูม 36 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด นอกจากนี้ OMODA & JAECOO จะเพิ่มการสนับสนุนและให้การช่วยเหลือผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ พร้อมทั้งความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกคน

อย่างไรก็ดี ตลาดยานยนต์ในประเทศไทยเต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส แต่ OMODA & JAECOO มุ่งให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมแรงผลักดันที่จะทะยานขึ้น จากการรวบรวมจุดแข็งระดับโลกมาใช้ ซึ่ง OMODA & JAECOO เชื่อว่าการร่วมมือกับเหล่าผู้แทนจำหน่ายจะสร้างความสำเร็จร่วมกัน ก้าวสู่ประวัติศาสตร์ยานยนต์อีกหน้าหนึ่งในตลาดเมืองไทย

Insight Chery Group

เจาะลึกเป้าหมายกับผู้บริหารของ Chery Group กับความพร้อมเข้าสู่ตลาดเมืองไทยปี 2024

Insight Chery Group

Insight Chery Group

เจาะลึกเป้าหมายกับผู้บริหารของ Chery Group กับความพร้อมเข้าสู่ตลาดเมืองไทยปี 2024

เจาะลึกเป้าหมายกับผู้บริหารของ Chery Group กับความพร้อมเข้าสู่ตลาดเมืองไทยปี 2024

จากคาดการณ์ทิศทางการเติบโตที่มีแนวโน้มสดใสของประเทศไทย ทำให้นักลงทุนและผู้เล่นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สนใจและให้ความสำคัญในการลงทุนในอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ สัญชาติจีน อย่าง “Chery Group” ที่กางแผนเตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในประเทศไทย พร้อมกับรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ OMODA รถไฟฟ้า 100% และ JAECOO รถ SUV สมรรถนะสูง ในปี 2024

Mr. Yin Tongyue, President of Chery Automobile Company Limited กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี Chery Group ได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านยนตรกรรมอย่างไม่หยุดนิ่ง ด้วยรากฐานของการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยี ได้รับการยอมรับว่าเป็น “หัวใจและความยิ่งใหญ่ของจีน” ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง โดยได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา 5 แห่งในโลก พร้อมกับวิศวกรนักวิจัยพัฒนากว่า 7,000 คน ผ่าน 5 เป้าหมายของยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่อย่างแท้จริง

ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์แห่งโลกอนาคต

Chery Group ให้ความสำคัญกับฝ่าย R&D เป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและทำให้บริษัทฯ มีชื่อเสียงระดับโลก ที่ผ่านมา Chery Group มีสิทธิบัตรจาการพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่า 20,000 รายการ และเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอีก 135 รายการ รวมไปถึง เทคโนโลยี Super Hybrid Platform เทคโนโลยี E0X High-Performance Eletric Platform เทคโนโลยีไฮบริด รุ่นที่ 3 C-DM ไฮบริดไฟฟ้าสมรรถนะสูง จนคว้ารางวัล Top Ten Engines and Hybrid Systems

Mr. Yin เล่าว่าเทคโนโลยีสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเรื่องความปลอดภัย เป็นหนึ่งในทิศทางหลักของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ Chery Group ให้ความสำคัญ ในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานบริสุทธิ์อีกมากมาย

เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายแห่งความสำเร็จ และให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคน

Chery Group เป็นองค์กรแห่งเทคโนโลยี ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการเติบโตของ Chery Group ในปี 2022 กว่า 28.2% ทำให้ขึ้นไปครองตำแหน่งอันดับที่ 2 ในอุตสาหกรรมรถยนต์จีน ส่งออกรถยนต์ไปกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก และครองอันดับหนึ่งในการส่งออกของบริษัทรถยนต์จีน

“เรามีประสบการณ์มากมายในด้านการพัฒนาและการผลิต เราให้ความสำคัญกับทุกงานในกระบวนการขาย ตั้งแต่ตัวแทนการขาย ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพราะเราไม่ได้ขายแค่รถ แต่เราขายรถที่คนรัก เข้ากับรสนิยมและความต้องการของพวกเขา ให้พวกเขาทุกคนได้ภูมิใจกับการเป็นเจ้าของรถจาก Chery Group” Mr. Yin กล่าว

รถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ กับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น

ด้วยประสบการณ์เกือบ 3 ทศวรรษของ Chery Group ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้ขับขี่และการดำเนินธุรกิจของคู่ค้า ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยและพึงพอใจรถยนต์สัญชาติจีนของ Chery Group สูงสุด

Mr. Yin พูดถึงแบรนด์รถใหม่ล่าสุดของ Chery Group ว่าการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งทำให้ Chery Group ได้ออกแบบและเปิดตัวรถยนต์หลายรุ่นที่ได้รับความนิยมมาตลอด ซึ่งล่าสุดกับการเปิดตัว OMODA 5 EV รถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรก และ JAECOO รถ SUV สมรรถนะสูง ที่ถือเป็นการรวมสุดยอดเทคโนโลยีของ Chery Group ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย เรียบหรู เหนือกาลเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ประเทศไทย ศูนย์กลางรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งเอเชีย

Chery Group เล็งเห็นความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น และอยู่ในตำแหน่งสำคัญทางเศรษฐกิจโลกด้วยการเป็นสมาชิกองค์การความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศจำนวนมาก เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ทำให้ประเทศไทยพร้อมจะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งเอเชียและเป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ของ Chery Group 

“ในปี 2024 ที่จะถึงนี้ Chery Group เตรียมจะเปิดตัวรถยนต์นั่งส่วนบุคคล OMODA 5 EV และ JAECOO ที่จะเข้ามาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในตลาดประเทศไทย” Mr. Qi Jie, Thailand Country Director, OMODA & JAECOO (Thailand) กล่าวเพิ่มเติม

 

Chery Group Journey

การกลับมาของ Chery Group บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน กับก้าวใหม่ในประเทศไทย

Chery Group Journey

Chery Group Journey

การกลับมาของ Chery Group บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน กับก้าวใหม่ในประเทศไทย

การกลับมาของ Chery Group บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน

กับก้าวใหม่ในประเทศไทย

  • “Chery Group” มีความแตกต่างจากบริษัทรถยนต์จีนบริษัทอื่น ๆ เน้นการส่งออกเป็นหลัก โดยในปัจจุบันได้ส่งออกรถยนต์ไปยังกว่า 80 ประเทศทั่วโลก มีโรงงานในต่างประเทศมากกว่า 10 แห่งและตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศมากกว่า 1,500 แห่ง
  • การกลับมาทำตลาดในประเทศไทยในครั้งนี้ Chery Group ดำเนินการเองไม่ผ่าน Distributor เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยทุกคน
  • มีการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ใหม่ ภายใต้ Chery Group ในชื่อแบรนด์ OMODA และ JAECOO ที่มีเป้าหมายในการทำตลาดทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

หากพูดถึงตลาดการผลิตรถยนต์ทั่วโลก ประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียนตรกรรมที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง “Chery Group” บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับต้น ๆ ของจีน ซึ่งในเดือนธันวาคม 2023 ถือเป็นการครบรอบ 27 ปีของ Chery Group วันนี้จึงชวนทุกคนย้อนดูความสำเร็จตลอดเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านของของบริษัทยานยนต์สัญชาติจีนยักษ์ใหญ่นี้

จุดเริ่มต้นของ Chery Group ย้อนไปตั้งแต่ปี 1997 ในชื่อ Anhui Auto Parts Industry  ที่ผลิตเครื่องยนต์เป็นหลัก จนกระทั่ง 2 ปีต่อมา ในนามของ Chery Automotive ได้ผลิตรถยนต์ครั้งแรกในวันที่ 18 ธันวาคม 1999 ซึ่งรถรุ่นแรกของ Chery Group ขายได้ราว 30,000 คัน ในประเทศจีน จากนั้น Chery Group ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักและเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกในฐานะองค์กรลูกผสมระหว่างธุรกิจของรัฐและสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ ซึ่งในปี 2001 Chery Group ได้เริ่มส่งออกรถยนต์ไปยังต่างประเทศครั้งแรก

ในปี 2007 หลังจากเริ่มจำหน่ายรถยนต์ได้ไม่ถึง 8 ปี Chery Group ได้จำหน่ายรถไปแล้ว 1,000,000 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติการพัฒนาที่รวดเร็วที่สุดของจีนและทั่วโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนั้น กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่มีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตมากที่สุดอันดับ 7 และขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) รายใหญ่ที่สุดของจีน

ในปี 2022 Chery Group ประสบความสำเร็จอีกขั้น ด้วยยอดขายรถยนต์มากกว่า 1.2 ล้านคัน ส่งออกราว 5 แสนคันทั่วโลก และในปี 2023 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายเกินกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมียอดขายทะลุ 2 ล้านคันทั่วโลก และในปี 2024 ที่จะถึงนี้ Chery Group มีเป้าหมายในการขายมากกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก พร้อมเปิดตลาดในประเทศอังกฤษ และอเมริกา

ข้อแตกต่างสำคัญของ Chery group กับแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนอื่น ๆ คือ Chery group เป็นบริษัทรถยนต์จีนบริษัทแรกที่มี R&D Center ในต่างประเทศ ที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค นอกเหนือจากการพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า พร้อมกับพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ที่เสมือนเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องยนต์ที่เป็นส่วนประกอบหลักของรถ (Engines) ระบบส่งกำลัง (Transmission) และช่วงล่างแชสซี (Chassis) ทำให้ Chery Group เป็นบริษัทผลิตยานยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีระดับโลก

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ Chery Group ได้กลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับต้น ๆ ของจีน คว้ารางวัล Top 20 Best Overseas Image Enterprises โดย SASAC (State-owned Assets Supervision and Administration Commission) และ CICG (China International Communications Group) จากการคัดเลือก 5 ครั้งติดต่อกัน และในรายงานของ Kantar BrandZ เกี่ยวกับ 50 บริษัทผู้ผลิตสัญชาติจีนในปี 2023 Chery Group คว้าอันดับหนึ่งในหมวดยานยนต์ และจากดัชนีด้านยานยนต์ของ J.D. Power ในปี 2023 Chery Group ครองตำแหน่งสูงสุดใน IQS (Initial Quality Study) ในบรรดา แบรนด์ต่าง ๆ สัญชาติจีน และรถยนต์ของ Chery Group ต่างก็ได้รับอันดับหนึ่งในกลุ่มของเซกเมนต์นั้น ๆ

ในช่วงกลางปี 2023 ในงาน Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 20 (Auto Shanghai 2023) ได้เปิดตัว แบรนด์รถยนต์ใหม่ ภายใต้ Chery Group ในชื่อ OMODA และ JAECOO ซึ่งเป็นการพัฒนาแบรนด์รถยนต์สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน และควบรวมกับ เทคโนโลยีล่าสุดของ Chery Group

โดยรถยนต์ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกคือ OMODA 5 EV รถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ออกแบบภายใต้แนวคิดการสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่คนรุ่นใหม่ ที่มีความทันสมัย มีสไตล์และชื่นชอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในขณะที่แบรนด์ JAECOO ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาของธรรมชาติ เรียบหรู น่าเกรงขาม เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดทรงพลังที่สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ ผ่านการออกแบบภายในที่มีความประณีต ความซับซ้อน และแข็งแรง

สำหรับในปี 2024 ที่จะถึงนี้ Chery Group พร้อมแล้วที่จะเข้ามาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมกับนำรถยนต์ OMODA 5 EV และ JAECOO มาให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้เตรียมเป็นเจ้าของกัน และการกลับมาครั้งนี้ บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะลงทุนสร้างโรงงานและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคนี้อีกด้วย